การที่ค่าเงินบาท แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ย่อมทำให้ คนไทยที่ถือเงินบาท ได้เปรียบเวลาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย เพราะเงินไทยสามารถแลกเป็นดอลลาร์ออสได้มากขึ้น แต่การตัดสินใจซื้อบ้านยังควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วยนะคะ

ทำไมเงินบาทแข็งอาจเป็นจังหวะที่ดี

ต้นทุนเป็นบาทถูกลง

สมมติบ้านราคา 800,000 AUD

ถ้าอัตรา 1 AUD = 24 บาท → ต้องใช้ 19.2 ล้านบาท

ถ้าแข็งขึ้นเป็น 1 AUD = 22 บาท → ใช้เพียง 17.6 ล้านบาท

ต่างกันหลัก ล้านบาท เลยทีเดียว *ณ วันที่เขียนบทความนี้ 1 AUD = 20.66 THB

เพิ่มกำลังซื้อ เงินดาวน์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (เช่น Stamp Duty, ค่าทนาย) จ่ายเป็น AUD ทำให้ประหยัดได้มากเมื่อเงินบาทแข็ง

⚠️ ปัจจัยที่ควรคิดเพิ่มเติม

แนวโน้มค่าเงินระยะยาว: ค่าเงินผันผวน อาจแข็งแค่ช่วงสั้น ๆ

-ดอกเบี้ยออสเตรเลีย: หากอัตราดอกเบี้ยสูง ต้นทุนสินเชื่อบ้านจะเพิ่มขึ้น แม้ราคา AUD ถูกลง

-ตลาดอสังหา: ตรวจสอบแนวโน้มราคาบ้านในเมือง/ย่านที่สนใจ (เมลเบิร์น ซิดนีย์ ฯลฯ)

-กฎการลงทุนต่างชาติ: ชาวต่างชาติรวมถึงคนไทยต้องขออนุมัติ FIRB และจ่ายค่าธรรมเนียม

-ภาษีและค่าใช้จ่ายหลังซื้อ: เช่น Land Tax, ค่าโอน, ค่าเช่าผู้จัดการอสังหา . เคล็ดลับการวางแผน ติดตามค่าเงินแบบเรียลไทม์ – ตั้งแจ้งเตือนกับธนาคารหรือแอปโฟเร็กซ์ ใช้ Forward Contract หรือบริการโอนเงินระหว่างประเทศ

– ล็อกเรทเมื่อเจออัตราที่ต้องการ ขอคำปรึกษา

– นักกฎหมายและนักบัญชีที่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนข้ามประเทศจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องภาษีและเอกสาร

สรุป

เงินบาทแข็งค่าคือ “โอกาสด้านอัตราแลกเปลี่ยน” ที่ดีสำหรับผู้ซื้ออสังหาฯ ในออสเตรเลีย แต่ ควรดูตลาด ดอกเบี้ย และกฎการลงทุนควบคู่กัน และที่สำคัญ โลเคชั่นในการเลือกซื้อสำคัญมากๆ เมล์เบิร์นเป็นตลาดที่นักลงทุนในออสเตรเลีย และ ต่างชาติสนใจมาก เนื่องจากราคายังไม่แพงเท่าที่ ซิดนีย์ บริสเบน หรือที่ อาดิเลด

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทักทายได้เลยค่ะ สิพิมเป็นนายหน้าอสังหาฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย